บทที่ 3 นางแบบตัวน้อย - 3
หลังจากที่พยายามนึกถึงรอยยิ้มของเด็กสองคนนี้ว่าเหมือนใครอยู่ แต่ดูเหมือนว่านึกเท่าไรก็นึกไม่ออก เขาจำต้องยอมแพ้เลิกให้ความสนใจกับรอยยิ้มนั้นเสีย แต่ยังคงพลิกดูรูปของเด็กคู่แฝดต่ออย่างสนใจ ซึ่งก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเกิดรู้สึกผูกพันกับเด็กแฝดคู่นี้ทั้งๆ ที่ไม่รู้จักกัน ที่สำคัญไม่เคยเจอกันมาก่อนด้วยซ้ำ
“ไงคะรวิชญ์ หน้าตาดูมีความสุขจังเลย งานไม่ยุ่งหรือคะวันนี้”
เสียงหวานนุ่มหูของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นเหนือประตูทางเข้าห้องทำงาน
“ฟ้า... ทำไมมาเงียบๆ ล่ะครับ”
เจ้าของห้องเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นร่างหญิงสาวหุ่นเซ็กซี่ยั่วตายั่วใจยืนพิงประตูห้องที่เพิ่งปิดสนิทเมื่อครู่
เพียงฟ้า นางแบบสาวหุ่นเซ็กซี่ คู่ควงคนปัจจุบันของรวิชญ์ ซึ่งดูเหมือนว่าคนนี้เขาจะควงคู่ออกงานอยู่บ่อยครั้ง และน่าจะเป็นผู้หญิงที่เขาคบหาได้นานที่สุดอีกด้วย จนใครต่อใครหลายคนต่างพากันพูดว่าหล่อนอาจจะเป็นตัวจริงของรวิชญ์ ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่ทำให้เพียงฟ้าค่อนข้างพอใจเป็นอย่างมาก
แต่สำหรับรวิชญ์แล้ว เขาไม่สนใจว่าใครจะพูดอย่างไร เพราะไม่เคยคิดจริงจังกับผู้หญิงคนไหน สำหรับเพียงฟ้าก็เหมือนกับผู้หญิงหลายๆ คนที่เข้ามาเสนอตัวให้เขา และเขาก็ทำหน้าที่สนองตอบ จบแล้วก็จบกันไป ไม่มีการผูกมัดใดๆ ทั้งสิ้น
ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเวลานี้ที่เขาไม่พร้อมจะผูกมัดกับใคร เพราะหัวใจเขาไม่สามารถที่จะมอบให้ใครได้อีกแล้ว หลังจากที่สูญเสียผู้หญิงคนหนึ่งที่เขาไม่เคยสนใจไยดี ไม่เคยเห็นคุณค่า เห็นเธอเป็นเพียงของตาย เขาต้องการเมื่อไรก็ได้ เพราะมั่นใจว่าเธอไม่มีทางที่จะหนีจากไปไหน
แต่นั่นมันเป็นเพียงความคิดของเขาคนเดียวเท่านั้น เพราะเธอกลับกล้าทิ้งเขาไป นับจากวันนั้นทำให้รู้ว่าเขารักและปรารถนาที่จะให้เธออยู่เคียงข้าง แต่มันก็สายเกินไป เกินที่จะทำให้มันกลับมาเป็นเช่นนั้น
ที่รวิชญ์ยอมควงคู่ออกงานกับเพียงฟ้าได้นานจนเป็นข่าวลือไปต่างๆ นานา เป็นเพราะเขาชอบที่เพียงฟ้าไม่เคยที่จะทวงสิทธิ์อะไรจากเขา ผิดจากผู้หญิงคนอื่นที่คอยจะหาโอกาสจับเขาอยู่ตลอดเวลา อาจด้วยเพราะเธอเป็นสาวสมัยใหม่ ไม่ได้คิดอะไรมากมายเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้ ซึ่งนั่นเป็นเหตุผลหนึ่งที่เขายอมคบหากับเพียงฟ้าได้นานกว่าผู้หญิงคนอื่น
“ฟ้าไม่ได้มาเงียบๆ นะคะ คุณต่างหากที่กำลังสนใจอะไรอยู่ เลยไม่ได้ยินเสียงเคาะประตู”
เพียงฟ้าค่อยๆ ย้ายร่างเย้ายวนเข้าหา โดยการโอบรอบคอโน้มหน้าเข้าไปใกล้ใบหน้าหล่อเหลาของเขา ปล่อยให้อกอวบอิ่มประชิดเข้ากับบริเวณไหล่กว้าง
“ผมขอโทษ พอดีกำลังนั่งดูรูปเด็กเพลินๆ น่ะครับ”
“โห! ตายแล้ว... สงสัยวันนี้ฝนจะตกหนัก นักธุรกิจหนุ่มอย่างคุณรวิชญ์มีเวลามานั่งดูรูปเด็กถ่ายแฟชั่น”
เพียงฟ้าแสร้งทำเสียงสูงตกใจที่ได้รู้ว่าผู้ชายที่เธอกำลังโอบกอดอยู่เวลานี้ทำอะไรอยู่อย่างไม่เชื่อหูตัวเอง
“ไหนคะ ขอฟ้าดูหน่อยสิคะว่าเด็กคนไหนที่ทำให้รวิชญ์ของฟ้าสนใจได้ขนาดนี้”
หล่อนเอ่ยพร้อมกับเอื้อมมือหยิบนิตยสารที่เขาเปิดทิ้งไว้มาดู
“อ๋อ เด็กสองคนนี้เอง... แต่เอ๊ะ แน่ใจนะคะว่าคุณสนใจเด็กสองคนนี้จริงๆ ”
เพียงฟ้าทำเสียงสูงขึ้นท้ายประโยคเมื่อเปิดไปดูอีกหน้าแล้วเห็นภาพนางแบบสาวรุ่นน้องอีกคนกำลังโพสถ่ายคู่กับเด็กที่ชายหนุ่มบอกว่าสนใจอยู่
“เด็กสิครับ... ผมอยากได้เด็กสองคนนี้มาถ่ายโฆษณาให้ผม”
“แล้วไปค่ะ... ถ้าเป็นแม่นางแบบสาวคนนี้ฟ้าไม่ยอมจริงๆ ด้วย”
เพียงฟ้าทำเสียงออดอ้อน
“เอ... ว่าแต่ฟ้ารู้จักเด็กสองคนนี้ด้วยหรือครับ”
รวิชญ์นึกถึงคำอุทานของหญิงสาวเมื่อครู่ เพราะในน้ำเสียงนั้นเหมือนจะรู้จักเด็กฝาแฝดในรูปนั้น
“ไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัวหรอก ค่ะ... แต่เคยเห็นไปวิ่งเล่นอยู่ที่กองถ่ายเดียวกับฟ้าค่ะ”
“อืม... หน้าเด็กๆ เหมือนในรูปหรือเปล่า”
รวิชญ์ปรับสายตาจากหญิงสาวมาอยู่ที่รูปเด็กทั้งสองคนอีกครั้ง
“ก็เหมือนนะคะ เด็กๆ ไม่ได้แต่งอะไรมากมาย... ดูเหมือนคุณจะสนใจจังนะคะ”
น้ำเสียงเจ้าหล่อนเหมือนคนกำลังน้อยใจขึ้นมา
“โธ่ฟ้า ผมก็เห็นว่าคุณอยู่ในวงการนี้ ก็ถามเอาประวัติไว้บ้างสิครับ ตอนนี้ผมกำลังให้คุณน้องหาทางติดต่อกับผู้ปกครองของเด็กอยู่”
รวิชญ์รีบแก้พร้อมกับใช้มือหนาบีบเข้าที่จมูกอีกฝ่ายเบาๆ อย่างเอาใจ
“เฮ้อ... งั้นเดี๋ยวฟ้าช่วยอีกแรงแล้วกันนะคะ ฟ้าจะลองให้แซนดี้ ผู้จัดการส่วนตัวฟ้าลองติดต่อผู้จัดการส่วนตัวเด็กสองคนนี้ให้แล้วกันนะคะ”
เพียงฟ้าจำต้องหาทางช่วย เพราะคนวงการเดียวกันน่าจะหาทางได้ง่ายกว่า และอีกอย่างจะได้ตัดไม่ให้รวิชญ์มัวแต่ให้ความสนใจกับเด็กสองคนนี้จนไม่สนใจเธอ
“ขอบคุณฟ้ามากนะครับ”
“เพื่อคุณฟ้าทำได้ทุกอย่างค่ะ... ว่าแต่คุณจะให้รางวัลอะไรฟ้าดีล่ะคะ”
ไม่พูดเปล่า เพียงฟ้ารีบปิดนิตยสารตรงหน้า และทิ้งตัวนั่งลงบนตักเขาพร้อมกับโอบแขนเรียวไว้ที่รอบคอทันที
